หลายครั้งผู้ใช้งานอาจคิดว่า ถ้าเครื่องมือผ่านการสอบเทียบแล้ว ไม่ว่าจะนำไปวัดในสภาพแวดล้อมใดก็ควรได้ผลเหมือนเดิม
แต่ในความเป็นจริง อุณหภูมิของเครื่องมือ ชิ้นงาน มาตรฐานอ้างอิง และสภาพแวดล้อม สามารถส่งผลต่อผลการวัดได้
โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง ความแตกต่างของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิด
การขยายตัว/หดตัวของวัสดุ + Drift ของเครื่องมือ + การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางไฟฟ้า + ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างเครื่องมือกับชิ้นงาน
และท้ายที่สุดกลายเป็น Error หรือองค์ประกอบของ Measurement Uncertainty ได้ค่ะ
สำหรับงานด้านมิติ ISO 1:2022 กำหนดแนวคิดเรื่อง Standard Reference Temperature สำหรับคุณสมบัติทางมิติ และมาตรฐานอ้างอิงปัจจุบันยังคงใช้ 20 °C เป็นอุณหภูมิอ้างอิงสำหรับงานลักษณะนี้ค่ะ
สารบัญบทความ
-
-
อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการวัดอย่างไร?
-
Thermal Expansion คืออะไร?
-
ทำไมงานวัดมิติจึงอ้างอิงที่ 20 °C?
-
เครื่องมือวัดเองได้รับผลจากอุณหภูมิหรือไม่?
-
Temperature Drift คืออะไร?
-
Thermal Equilibrium คืออะไร?
-
ทำไมต้องพักเครื่องมือและชิ้นงานก่อนวัด?
-
Temperature Gradient คืออะไร?
-
การจับชิ้นงานด้วยมือมีผลหรือไม่?
-
อุณหภูมิมีผลต่อเครื่องมือแต่ละประเภทอย่างไร?
-
ความชื้นต้องพิจารณาร่วมด้วยหรือไม่?
-
อุณหภูมิส่งผลต่อ Measurement Uncertainty อย่างไร?
-
จำเป็นต้องวัดที่ 20 °C ทุกงานหรือไม่?
-
สภาวะแวดล้อมในการสอบเทียบต้องกำหนดอย่างไร?
-
Checklist ก่อนเริ่มการวัด
-
สรุป
-
อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการวัดอย่างไร?
อุณหภูมิสามารถมีผลต่อระบบการวัดหลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่
เครื่องมือวัด
คุณสมบัติของส่วนประกอบทางกลและทางไฟฟ้าอาจเปลี่ยนตามอุณหภูมิ
ชิ้นงาน
วัสดุสามารถขยายหรือหดตัว
มาตรฐานอ้างอิง
Reference Standard เองก็สามารถได้รับผลจาก Temperature
ระบบ Electronics
องค์ประกอบไฟฟ้าบางชนิดมี Temperature Coefficient
ตัวกลางที่วัด
Density, Volume หรือคุณสมบัติอื่นของของเหลวและก๊าซอาจเปลี่ยนตาม Temperature
ดังนั้นผลที่เห็นบนหน้าจอไม่ได้เกิดจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก Measurement System ทั้งระบบ ค่ะ
Thermal Expansion คืออะไร?

Thermal Expansion คือการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัสดุเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
แนวคิดพื้นฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงความยาวสามารถเขียนได้ว่า
ΔL ≈ α × L × ΔT
โดย
ΔL = การเปลี่ยนแปลงความยาว
α = Coefficient of Thermal Expansion
L = ความยาวเริ่มต้น
ΔT = การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
NIST อธิบายว่าขนาดของวัตถุเปลี่ยนตามอุณหภูมิเนื่องจาก Thermal Expansion และวัสดุแต่ละชนิดมี Coefficient of Thermal Expansion แตกต่างกันค่ะ
ตัวอย่าง
สมมติชิ้นงานเหล็กยาว
1,000 mm
และใช้ค่าตัวอย่าง Coefficient of Thermal Expansion ประมาณ
11.5 µm/(m·°C)
ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจาก 20 °C เป็น 25 °C
ΔT = 5 °C
การเปลี่ยนความยาวโดยประมาณจะอยู่ที่
11.5 × 1 × 5 ≈ 57.5 µm
หรือประมาณ
0.0575 mm
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า หาก Tolerance ของงานอยู่ระดับไมโครเมตร ผลของอุณหภูมิอาจไม่สามารถละเลยได้ค่ะ ตัวเลข Coefficient นี้เป็นค่าตัวอย่างทั่วไปจากงานศึกษาของ NIST ไม่ควรใช้แทนค่าจริงของวัสดุทุกชนิดค่ะ
ทำไมงานวัดมิติจึงอ้างอิงที่ 20 °C?
สำหรับงาน Dimensional Measurement จำเป็นต้องมี Reference Temperature เดียวกัน เพราะชิ้นงานสามารถมีขนาดต่างกันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
ISO 1:2022 กำหนด Standard Reference Temperature สำหรับการระบุคุณสมบัติด้านมิติและเรขาคณิต และใช้กับการนิยาม Measurand ในงาน Verification หรือ Calibration ได้ด้วยค่ะ ISO
NIST อธิบายว่าอุณหภูมิอ้างอิงสากลสำหรับ Dimensional Measurements คือ 20 °C และแนวคิดนี้มีความสำคัญเพราะวัสดุทุกชนิดมีการเปลี่ยนขนาดตามอุณหภูมิค่ะ Engineering Metrology Toolbox
แต่มีจุดที่ต้องแยกให้ชัด:
20 °C เป็น Reference Temperature ไม่ได้หมายความว่าการวัดทุกชนิดทุกสาขาต้องทำที่ 20.000 °C เสมอ
ค่ะ
เครื่องมือวัดเองได้รับผลจากอุณหภูมิหรือไม่?
ได้รับผลได้ค่ะ
ตัวเครื่องมืออาจประกอบด้วย
โลหะ
แก้ว
พลาสติก
Electronic Components
Resistance Element
Sensor
Mechanical Structure
ซึ่งแต่ละส่วนตอบสนองต่อ Temperature ต่างกัน
ตัวอย่างเช่น Vernier Caliper หรือ Micrometer มีโครงสร้างโลหะ เมื่อตัวเครื่องมือมีอุณหภูมิแตกต่างจาก Reference Condition ขนาดของโครงสร้างเองก็สามารถเปลี่ยนได้
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมงานวัดละเอียดควรให้
ชิ้นงาน + เครื่องมือ + Reference Standard
อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมก่อนเริ่มวัดค่ะ
Temperature Drift คืออะไร?
Temperature Drift คือการเปลี่ยนแปลงค่าหรือพฤติกรรมของเครื่องมือเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
ตัวอย่างเช่นเครื่องมือ Electronic อาจมี
-
- Zero Drift
- Gain Drift
- Sensor Drift
- Reference Voltage Drift
เมื่ออุณหภูมิภายในเครื่องเปลี่ยนหลังเปิดใช้งาน
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เครื่องมือบางประเภทมีคำแนะนำเรื่อง
Warm-up Time
ก่อนใช้งานค่ะ
ดังนั้นการเปิดเครื่องแล้วเริ่มวัดทันทีอาจไม่เหมาะกับเครื่องมือทุกประเภท ต้องตรวจคู่มือของรุ่นจริง
Thermal Equilibrium คืออะไร?
Thermal Equilibrium ในบริบทการวัด หมายถึงสภาวะที่อุณหภูมิของวัตถุหรือองค์ประกอบต่าง ๆ มีความเสถียรเพียงพอต่อการวัด
เช่น
นำ Gauge Block จากห้องอุณหภูมิสูงกว่าเข้าห้องสอบเทียบ
แม้อุณหภูมิห้องจะถูกควบคุมแล้ว แต่ Gauge Block อาจยังไม่เท่ากับอุณหภูมิของห้องทันที
หากรีบวัด ผลที่ได้อาจได้รับผลจากการเปลี่ยนขนาดระหว่างที่วัตถุกำลังปรับอุณหภูมิ
NIST ระบุว่าสภาพแวดล้อมควรมี Stability เพียงพอให้ Gauge และ Measurement System เข้าสู่ Thermal Equilibrium ก่อนทำการวัดที่ต้องการความถูกต้องค่ะ
ทำไมต้องพักเครื่องมือและชิ้นงานก่อนวัด?
เพราะการวางไว้ในห้องไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิภายในของชิ้นงานเท่ากับอุณหภูมิห้องทันที
ระยะเวลาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับ
-
- Material
- Mass
- Size
- Shape
- Packaging
- ความแตกต่างของอุณหภูมิเริ่มต้น
- Air Flow
- วิธีวาง
ชิ้นงานโลหะขนาดใหญ่กับ Gauge Block ขนาดเล็กจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาปรับสภาพเท่ากัน
ไม่ควรกำหนดว่า “พัก 30 นาทีเพียงพอสำหรับทุกกรณี” โดยไม่มีข้อมูลรองรับค่ะ
Temperature Gradient คืออะไร?

อีกปัญหาหนึ่งคือ
อุณหภูมิของวัตถุไม่ได้เท่ากันทุกตำแหน่ง
เช่น ด้านหนึ่งอยู่ใกล้เครื่องปรับอากาศ อีกด้านหนึ่งถูกความร้อนจากเครื่องจักร
สิ่งนี้เรียกว่า Temperature Gradient
แม้อุณหภูมิเฉลี่ยของห้องจะดูเหมาะสม แต่ Gradient สามารถทำให้ชิ้นงานเกิดการเปลี่ยนขนาดไม่สม่ำเสมอ และอาจส่งผลต่อ Geometry หรือผลการวัด
ISO/TR 16015 กล่าวถึงผลของ Thermal Influences ต่อ Error และ Measurement Uncertainty ของ Length Measurement รวมถึงกรณีที่ Temperature เปลี่ยนทั้งตามเวลาและตำแหน่งค่ะ
การจับชิ้นงานด้วยมือมีผลหรือไม่?
สำหรับงานละเอียด มีผลได้ค่ะ
อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสภาพแวดล้อมของห้องปฏิบัติการทั่วไป
เมื่อจับชิ้นงานโลหะหรือมาตรฐานขนาดเล็กเป็นเวลานาน ความร้อนจากมือสามารถถ่ายเทไปยังชิ้นงาน
ดังนั้นงานอย่าง
Gauge Block / Precision Dimension / Reference Artifact
จึงอาจใช้
-
- ถุงมือ
- Tweezers
- Insulated Handling Tools
เพื่อลดผลจากความร้อนและการปนเปื้อน
และสำหรับ SCaL หากเป็นภาพประกอบเกี่ยวกับ Gauge Block หรือตุ้มน้ำหนัก ควรแสดงเจ้าหน้าที่ใช้ถุงมือค่ะ
อุณหภูมิมีผลต่อเครื่องมือแต่ละประเภทอย่างไร?

ผลไม่ได้เหมือนกันทุกประเภทค่ะ
-
เครื่องมือวัดมิติ
ตัวอย่าง
Vernier Caliper
Micrometer
Gauge Block
ผลหลักคือ Thermal Expansion ของเครื่องมือและชิ้นงาน
-
เครื่องชั่ง
อุณหภูมิอาจเกี่ยวข้องกับ
-
- Sensor/Load Cell Response
- Electronics
- Air Density
- Thermal Equilibrium
- Drift หลังเปิดเครื่อง
จึงควรปฏิบัติตาม Environmental Specification และ Warm-up Requirement ของเครื่องชั่งรุ่นจริง
-
เครื่องมือไฟฟ้า
เช่น
Digital Multimeter
Electronic Components และ Reference Circuit อาจมี Temperature Coefficient จึงมักพบ Accuracy Specification ที่กำหนดภายใต้ช่วงอุณหภูมิหนึ่ง และอาจมี Additional Temperature Coefficient เมื่อใช้นอกช่วงนั้น
ต้องดู Datasheet รุ่นจริงค่ะ
-
Pressure Instrument
อุณหภูมิสามารถมีผลต่อ
Sensor
Mechanical Element
Electronics
Fluid/Gas Properties
และอาจรวมอยู่ใน Temperature Compensation ของเครื่องมือบางรุ่น
-
Volumetric Equipment
Volume ของภาชนะและ Density ของของเหลวสามารถเปลี่ยนตาม Temperature
จึงมีความสำคัญมากในงาน Gravimetric Calibration เช่น Pipette หรือ Volumetric Glassware
ความชื้นต้องพิจารณาร่วมด้วยหรือไม่?
บางงานต้องพิจารณาค่ะ
แม้บทความนี้เน้น Temperature แต่สภาพแวดล้อมยังรวมถึง
Relative Humidity + Pressure + Vibration + Air Flow + Dust + Electromagnetic Environment
ตามประเภทของการวัด
ดังนั้นคำว่า
“ควบคุมอุณหภูมิแล้ว”
ไม่ได้หมายความว่า Environmental Influence อื่น ๆ ถูกควบคุมครบแล้ว
อุณหภูมิส่งผลต่อ Measurement Uncertainty อย่างไร?
ถ้า Temperature สามารถทำให้ Measurand, Instrument หรือ Reference เปลี่ยนไป ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับ Temperature ก็อาจต้องถูกนำมาพิจารณาใน Uncertainty Budget
ตัวอย่างในงานวัดมิติอาจมีองค์ประกอบ เช่น
-
- Uncertainty ของ Temperature Measurement
- Thermal Expansion Coefficient ของชิ้นงาน
- Thermal Expansion Coefficient ของมาตรฐาน
- Difference ระหว่าง Workpiece กับ Reference Temperature
- Temperature Gradient
- Stability ตามเวลา
ISO/TR 16015 ระบุโดยตรงว่า Uncertainty ของ Temperature Measurement และการวัดที่อุณหภูมิแตกต่างจาก Standard Reference Temperature สามารถนำไปสู่ Measurement Uncertainty และ Systematic Error ในผล Length Measurement ได้ค่ะ
จำเป็นต้องวัดที่ 20 °C ทุกงานหรือไม่?
ไม่ค่ะ
20 °C มีความสำคัญอย่างชัดเจนในงาน Geometrical/Dimensional Properties ตาม ISO 1:2022
แต่เครื่องมือชนิดอื่นจะมี
Operating Temperature / Reference Condition / Environmental Requirement
ที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเครื่องมือหนึ่งอาจระบุ Accuracy ที่
23 ±5 °C
ขณะที่อีกเครื่องอาจมี Specification คนละช่วง
ดังนั้นต้องตรวจ
Standard + Calibration Method + Manufacturer Datasheet + Requirement ของงาน
แทนการใช้ 20 °C เป็นกฎเดียวกับเครื่องมือทุกชนิดค่ะ
สภาวะแวดล้อมในการสอบเทียบต้องกำหนดอย่างไร?
หลักสำคัญไม่ใช่เพียงกำหนดตัวเลขให้ดูแคบที่สุด แต่ต้องกำหนดช่วงที่
- วิธีสอบเทียบรองรับ
- เครื่องมือและมาตรฐานสามารถทำงานได้เหมาะสม
- Environmental Effect อยู่ภายใต้การควบคุม
- Measurement Uncertainty ได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม
สำหรับงานมิติ NIST ระบุว่าการวัดที่อุณหภูมิอื่นจาก 20 °C สามารถทำได้ หากมีการแก้ไข Thermal Expansion อย่างเหมาะสมและนำ Uncertainty ที่เกี่ยวข้องเข้ามาประเมินค่ะ
ดังนั้น
สภาวะแวดล้อมที่ระบุในวิธีสอบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเป็นค่าที่เครื่องมือวัดจริงทุกครั้ง เว้นแต่ Procedure หรือรายงานกำหนดเช่นนั้น
ควรแยก Permitted Environmental Range ออกจาก Actual Measured Environment ให้ชัดเจนค่ะ
Checklist ก่อนเริ่มการวัด
ก่อนเริ่มงานที่ Temperature มีผล ควรตรวจอย่างน้อย
☐ Environmental Temperature อยู่ในช่วงที่วิธีกำหนด
☐ Temperature มีความเสถียรเพียงพอ
☐ เครื่องมือผ่าน Warm-up ตามคู่มือ
☐ Workpiece ปรับสภาพเพียงพอ
☐ Reference Standard ปรับสภาพแล้ว
☐ ไม่มีแหล่งความร้อนโดยตรง
☐ หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือ Air Flow โดยตรง
☐ ลดการจับชิ้นงานด้วยมือในงาน Precision
☐ ตรวจ Environmental Monitoring Instrument
☐ บันทึกสภาพแวดล้อมหาก Procedure กำหนด
☐ พิจารณา Environmental Effect ใน Measurement Uncertainty

สรุป
อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการวัด เพราะเครื่องมือ ชิ้นงาน และมาตรฐานไม่ได้แยกออกจากสภาพแวดล้อม
Temperature สามารถทำให้เกิด
Thermal Expansion + Temperature Drift + Thermal Gradient + เปลี่ยนคุณสมบัติของ Sensor/Material
และส่งผลต่อ
Reading + Error + Correction + Measurement Uncertainty
ดังนั้นงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงควรควบคุมมากกว่าแค่ “อุณหภูมิห้องอยู่ในช่วงหรือไม่”
แต่ต้องพิจารณา
Temperature Level + Stability + Equilibrium + Gradient + Instrument Specification + Measurement Method
ร่วมกันค่ะ
หมายเหตุ: ช่วงอุณหภูมิและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมแตกต่างกันตามประเภทเครื่องมือ วิธีสอบเทียบ ความละเอียดที่ต้องการ และ Specification ของผู้ผลิต ควรตรวจสอบมาตรฐาน วิธีปฏิบัติงาน และ Datasheet ของเครื่องมือรุ่นจริงก่อนกำหนดสภาวะควบคุมหรือเกณฑ์การยอมรับ
แหล่งอ้างอิงหลัก
- ISO 1:2022 — Geometrical product specifications (GPS) — Standard reference temperature for the specification of geometrical and dimensional properties เป็นฉบับปัจจุบันที่กำหนดแนวคิด Reference Temperature สำหรับงานด้านมิติค่ะ ISO
- ISO/TR 16015:2003 — Systematic errors and contributions to measurement uncertainty of length measurement due to thermal influences อธิบายผลของ Temperature, Thermal Expansion และ Temperature Variation ต่อ Error และ Measurement Uncertainty ของงานมิติ ISO
- NIST — 20 °C Standard Reference Temperature อธิบายประวัติและหลักการที่ขนาดของวัตถุเปลี่ยนตาม Temperature และเหตุผลของ Reference Temperature 20 °C ใน Dimensional Metrology NIST
- NIST — Uncertainties in Dimensional Measurements Made at Nonstandard Temperatures อธิบายผลของ Temperature และ Coefficient of Thermal Expansion ต่อ Measurement Uncertainty ของการวัดมิติที่ทำที่อุณหภูมิอื่นจาก Reference Temperature
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Temperature & Humidity คืออะไร?
- เซ็นเซอร์อุณหภูมิแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?
- Accuracy, Precision และ Resolution ต่างกันอย่างไร?
- Measurement Uncertainty คืออะไร?
- Metrological Traceability คืออะไร?
- Gauge Block ใช้ทำอะไร?
- Vernier Caliper กับ Micrometer ต่างกันอย่างไร?
- การดูแลรักษาและการสอบเทียบเครื่องมือวัดมิติ
- เครื่องชั่งต้องดูอะไรบ้างก่อนใช้งาน?
- Minimum Weight คืออะไร?
- Multimeter ใช้วัดอะไรได้บ้าง?
- Pressure Gauge คืออะไร?
- Pipette คืออะไร? และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง
- ต้องสอบเทียบเครื่องมือวัดทุก 1 ปีจริงหรือ?
- การทวนสอบเครื่องมือวัดระหว่างรอบสอบเทียบ (Intermediate Check)


