การวัดอุณหภูมิไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า “Thermometer” เพียงอย่างเดียว เพราะภายในเครื่องมือแต่ละรุ่นอาจใช้ Sensor คนละประเภท และ Sensor แต่ละชนิดมีหลักการทำงานและข้อจำกัดต่างกัน
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
-
- RTD / PRT
- Thermocouple
- Thermistor
- Semiconductor / IC Temperature Sensor
- Infrared Sensor สำหรับการวัดแบบไม่สัมผัส
ดังนั้นการเลือกเซ็นเซอร์อุณหภูมิไม่ควรพิจารณาแค่ Range หรือจำนวนทศนิยมบนหน้าจอ แต่ควรดูทั้ง
Range + Accuracy Specification + Stability + Response Time + Environment + Probe Construction + Calibration Requirement
ร่วมกันค่ะ
สารบัญบทความ
-
-
Temperature Sensor คืออะไร?
-
RTD คืออะไร?
-
Pt100 คืออะไร?
-
RTD แบบ 2-Wire, 3-Wire และ 4-Wire ต่างกันอย่างไร?
-
Thermocouple คืออะไร?
-
Thermocouple Type K, J, T, R, S ต่างกันอย่างไร?
-
Thermistor คืออะไร?
-
NTC กับ PTC ต่างกันอย่างไร?
-
Semiconductor / IC Temperature Sensor คืออะไร?
-
Infrared Temperature Sensor คืออะไร?
-
RTD vs Thermocouple vs Thermistor ต่างกันอย่างไร?
-
Sensor ที่ Range กว้างกว่า หมายถึงดีกว่าหรือไม่?
-
Response Time สำคัญอย่างไร?
-
Probe Construction มีผลต่อการวัดหรือไม่?
-
Immersion Depth มีผลอย่างไร?
-
Self-heating คืออะไร?
-
ทำไม Temperature Sensor ต้องสอบเทียบ?
-
Sensor กับ Display ต้องสอบเทียบแยกกันหรือไม่?
-
เลือก Temperature Sensor อย่างไรให้เหมาะกับงาน?
-
สรุป
-
Temperature Sensor คืออะไร?
Temperature Sensor คืออุปกรณ์ที่ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแล้วเปลี่ยนให้เป็นสัญญาณที่สามารถวัดหรือประมวลผลได้
สัญญาณที่เกิดขึ้นอาจเป็น
-
- Resistance
- Voltage
- Current
- Digital Signal
- Infrared Radiation
ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของ Sensor
ดังนั้น Sensor ที่วัดอุณหภูมิได้เหมือนกัน อาจใช้หลักการแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ
NIST อธิบายว่า Thermistor, Platinum Resistance Thermometer และ Thermocouple ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับ ความต้านทานหรือแรงดันไฟฟ้า ที่แตกต่างกันในการหาค่าอุณหภูมิ
RTD คืออะไร?
RTD — Resistance Temperature Detector
เป็น Sensor ที่ใช้การเปลี่ยนแปลงของ Electrical Resistance ของวัสดุเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
วัสดุที่นิยมมากคือ Platinum
จึงพบคำว่า
PRT — Platinum Resistance Thermometer
หรือ
Pt100 / Pt1000
บ่อยในงานอุตสาหกรรมและห้องปฏิบัติการ
จุดเด่นของ RTD โดยทั่วไปคือ
-
- Accuracy ดี
- Repeatability ดี
- Stability ระยะยาวดี
- ความสัมพันธ์ Resistance–Temperature ค่อนข้างสม่ำเสมอ
NIST ระบุว่า RTD ถูกเลือกใช้ในงานวัดอุณหภูมิที่ต้องการความเสถียรและความถูกต้องสูง แต่ RTD ต้องใช้ Excitation Current และอาจมีผลจาก Self-heating ได้ค่ะ
Pt100 คืออะไร?
คำว่า Pt100 สามารถแยกได้ว่า
Pt = Platinum
100 = Nominal Resistance 100 Ω ที่ 0 °C
ส่วน
Pt1000
มี Nominal Resistance 1000 Ω ที่ 0 °C
ไม่ได้หมายความว่า Pt1000 “แม่นกว่า” Pt100 โดยอัตโนมัติ
เพราะ Accuracy ยังขึ้นกับ
-
- Sensor Class
- Construction
- Wiring
- Readout
- Calibration
- Temperature Range
- Installation
ค่ะ
RTD แบบ 2-Wire, 3-Wire และ 4-Wire ต่างกันอย่างไร?

จุดสำคัญของ RTD คือการวัด Resistance ดังนั้น Resistance ของสายต่อ สามารถมีผลต่อผลการวัด
2-Wire
โครงสร้างง่าย แต่ Lead Resistance สามารถรวมเข้าไปในค่าที่วัดได้
3-Wire
ใช้วิธีชดเชยผลจาก Lead Resistance ภายใต้สมมติฐานของระบบ
จึงพบได้มากในงานอุตสาหกรรม
4-Wire
ช่วยแยกผลของ Lead Resistance ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความถูกต้องสูง
แต่ต้องใช้งานร่วมกับ Readout ที่รองรับค่ะ
Thermocouple คืออะไร?
Thermocouple ใช้โลหะต่างชนิดสองชนิดเชื่อมต่อกัน
เมื่อมีความแตกต่างของอุณหภูมิ จะเกิดแรงดันไฟฟ้าขนาดเล็กจาก Thermoelectric Effect / Seebeck Effect
จากนั้นเครื่องอ่านจะใช้ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันกับอุณหภูมิในการคำนวณค่า
NIST ระบุว่า Thermocouple ให้แรงดันที่สัมพันธ์กับความแตกต่างของอุณหภูมิ และต้องมี Reference Junction ที่ทราบอุณหภูมิหรือมีระบบชดเชย Cold Junction ค่ะ
จุดเด่นที่พบทั่วไปคือ
-
- Range กว้าง
- ทนทาน
- Sensor ทำให้มีขนาดเล็กได้
- Response เร็วได้
- ราคาค่อนข้างเหมาะสม
แต่โดยทั่วไป Stability และ Accuracy ของ Thermocouple อาจด้อยกว่า RTD ในงาน Precision บางประเภทค่ะ
Thermocouple Type K, J, T, R, S ต่างกันอย่างไร?
ตัวอักษรไม่ได้เป็นเพียงชื่อรุ่น แต่หมายถึง คู่โลหะและ Reference Function ที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
Type K
นิยมมากในงานอุตสาหกรรม และมีช่วงใช้งานกว้าง
Type T
มักพบในงานอุณหภูมิต่ำและงานที่ต้องการความเสถียรในช่วงที่เหมาะสม
Type J
ใช้คู่โลหะต่างจาก K และมีช่วงการใช้งานของตัวเอง
Type R / S
ใช้วัสดุกลุ่ม Platinum/Rhodium และใช้กับงานอุณหภูมิสูงบางประเภท
NIST แสดงให้เห็นว่า Thermocouple แต่ละ Type มีองค์ประกอบโลหะและ Reference Function Range ต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ
ดังนั้น
ห้ามตั้งเครื่องเป็น Type K แล้วต่อ Probe Type T
เพราะความสัมพันธ์ mV–Temperature ไม่เหมือนกันค่ะ
Thermistor คืออะไร?
Thermistor = Thermal Resistor
เป็น Temperature Sensor ที่อาศัยการเปลี่ยนแปลง Resistance ของวัสดุ Semiconductor เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
โดยทั่วไป Thermistor มี Sensitivity สูง
NIST ระบุว่า Thermistor สามารถมีความไวสูงกว่า PRT อย่างมากในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่มีลักษณะ Non-linear และช่วงอุณหภูมิใช้งานมักจำกัดกว่า RTD หรือ Thermocouple ค่ะ
จึงเหมาะกับงาน เช่น
-
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- Medical Device
- Temperature Control
- Environmental Monitoring
- งานช่วงอุณหภูมิไม่กว้างมาก
NTC กับ PTC ต่างกันอย่างไร?
Thermistor แบ่งได้หลัก ๆ เป็น
NTC — Negative Temperature Coefficient
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
Resistance ลดลง
เป็นประเภทที่พบได้บ่อยสำหรับการวัด Temperature
PTC — Positive Temperature Coefficient
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
Resistance เพิ่มขึ้น
มักพบในงาน Control หรือ Protection บางประเภท
NIST ระบุว่า Thermistor เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่เป็น NTC ส่วน PTC มักใช้ในงานเฉพาะ เช่น Control และ Safety Device ค่ะ
Semiconductor / IC Temperature Sensor คืออะไร?
เป็น Sensor ที่ใช้คุณสมบัติทางไฟฟ้าของ Semiconductor ในการวัดอุณหภูมิ
Output อาจเป็น
-
- Analog Voltage
- Analog Current
- Digital Signal
ข้อดีคือ
-
- ใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ง่าย
- ขนาดเล็ก
- มีรุ่นราคาประหยัด
- บางรุ่นให้ Digital Output โดยตรง
แต่ Temperature Range มักไม่กว้างเท่า Thermocouple และข้อกำหนดแตกต่างกันอย่างมากตาม IC แต่ละรุ่น
ดังนั้นควรตรวจ Datasheet ของ Sensor จริงค่ะ
Infrared Temperature Sensor คืออะไร?
Infrared Sensor แตกต่างจากสามประเภทแรก เพราะสามารถวัด อุณหภูมิพื้นผิวแบบไม่สัมผัส
โดยตรวจจับพลังงานรังสีอินฟราเรดที่พื้นผิวปล่อยออกมา
จุดเด่นคือ
-
- ไม่ต้องสัมผัสชิ้นงาน
- เหมาะกับชิ้นงานเคลื่อนที่
- เหมาะกับพื้นผิวที่ร้อนหรือเข้าถึงยาก
- Response เร็วได้
แต่ผลการวัดอาจได้รับอิทธิพลจาก
Emissivity + Distance-to-Spot Ratio + Field of View + Surface Condition + Reflection
ดังนั้น Infrared Thermometer ไม่สามารถนำไปใช้แทน Contact Sensor ทุกกรณีได้
OMEGA ระบุว่าการวัด Infrared มีข้อดีด้าน Non-contact แต่ความถูกต้องได้รับผลจากคุณสมบัติการแผ่รังสีของพื้นผิวหรือ Emissivity ค่ะ
RTD vs Thermocouple vs Thermistor ต่างกันอย่างไร?
คุณสมบัติ
หลักการ
Signal
Range
Stability
Sensitivity
Linearity
Response
Ruggedness
Reference Junction
Self-heating
RTD
Resistance ของโลหะ
Ω
กว้าง
ดี
ดี
ค่อนข้างดี
ขึ้นกับ Probe
ขึ้นกับโครงสร้าง
ไม่ต้องใช้
มีได้
Thermocouple
Thermoelectric Voltage
mV
กว้างมาก
ขึ้นกับ Type/สภาพใช้งาน
ค่อนข้างต่ำกว่า
Non-linear
ทำให้เร็วได้มาก
โดยทั่วไปดี
ต้องพิจารณา
ไม่ใช่ลักษณะหลักแบบ Resistance Sensor
Thermistor
Resistance ของ Semiconductor
Ω
มักจำกัดกว่า
ดีในช่วงเหมาะสม
สูงมาก
Non-linear มาก
ทำให้เร็วได้
ขึ้นกับ Package
ไม่ต้องใช้
มีได้
NIST ระบุว่าเซ็นเซอร์ทั้งสามชนิดมีความแตกต่างอย่างมากด้าน Accuracy, Cost, Size และการใช้งาน และไม่มี Sensor ชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์ค่ะ

Sensor ที่ Range กว้างกว่า หมายถึงดีกว่าหรือไม่?
ไม่ค่ะ
สมมติ
Sensor A วัดได้ -200 ถึง 1200 °C
Sensor B วัดได้ -50 ถึง 150 °C
หากงานจริงอยู่ที่
20–30 °C
Sensor B อาจเหมาะสมกว่า หากมี Accuracy, Stability และ Uncertainty ที่เหมาะกับ Requirement มากกว่า
ดังนั้น
Range กว้าง ≠ เหมาะกับงานมากกว่าโดยอัตโนมัติ
Response Time สำคัญอย่างไร?
Response Time คือความเร็วที่ Sensor ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
Response ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Sensor Element เพียงอย่างเดียว
แต่ยังขึ้นกับ
-
- Probe Diameter
- Sheath
- Material
- Medium
- Flow
- Immersion Depth
- Contact
- Thermal Mass
Sensor ขนาดเล็กอาจตอบสนองเร็ว แต่บางครั้งแลกกับความแข็งแรงหรือข้อจำกัดอื่น
จึงควรเลือกตามลักษณะงานค่ะ
Probe Construction มีผลต่อการวัดหรือไม่?
มีผลมากค่ะ
Sensor Element เดียวกัน หากบรรจุใน Probe ต่างรูปแบบ ก็อาจมี Response Time และ Heat Transfer ต่างกัน
ตัวอย่าง
-
- Surface Probe
- Immersion Probe
- Air Probe
- Penetration Probe
- Flexible Probe
ไม่ควรใช้ Probe ทุกแบบแทนกันโดยไม่พิจารณาการถ่ายเทความร้อนค่ะ
Immersion Depth มีผลอย่างไร?
หากจุ่ม Probe ตื้นเกินไป
Heat Conduction ผ่าน Stem อาจทำให้เกิด Stem Conduction Error ได้
โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิของสิ่งที่วัดแตกต่างจากอุณหภูมิแวดล้อมมาก
จึงควร
-
- จุ่มให้เพียงพอ
- รอ Stability
- ปฏิบัติตามคู่มือและ Calibration Method
ค่ะ
Self-heating คืออะไร?
RTD และ Thermistor ต้องใช้กระแสไฟเพื่อวัด Resistance
กระแสไฟนั้นสามารถสร้างความร้อนเล็กน้อยใน Sensor เอง
เรียกว่า
Self-heating
หากกระแสมากเกินหรือ Heat Dissipation ต่ำ อุณหภูมิของ Sensor อาจสูงกว่าสิ่งที่ต้องการวัด
NIST ระบุ Self-heating เป็นหนึ่งในข้อจำกัดของ Thermistor และ RTD/Resistance Sensor ค่ะ
ทำไม Temperature Sensor ต้องสอบเทียบ?
เพราะ Sensor สามารถเกิด
-
- Drift
- Aging
- Mechanical Stress
- Oxidation
- Contamination
- Insulation Degradation
- Thermal Cycling Effect
เมื่อเวลาผ่านไป
การสอบเทียบช่วยเปรียบเทียบ
Temperature ที่ Sensor/System แสดง
กับ
Reference Temperature
ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
จากนั้นสามารถรายงาน
-
- Reading
- Error/Correction
- Measurement Uncertainty
เพื่อให้ผู้ใช้งานประเมินความเหมาะสมกับงานค่ะ
Sensor กับ Display ต้องสอบเทียบแยกกันหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับระบบค่ะ
สามารถพบได้หลายกรณี เช่น
Sensor อย่างเดียว
→ ตรวจ Characteristic ของ Probe
Readout อย่างเดียว
→ จำลอง Resistance หรือ Voltage แล้วตรวจ Electronics
Sensor + Readout เป็น System
→ สอบเทียบทั้งชุดที่ใช้งานจริง
ในหลายงาน การสอบเทียบ ทั้ง System มีประโยชน์ เพราะรวมผลของ
Sensor + Cable + Connector + Readout + Conversion
ไว้ด้วย
แต่ Scope ต้องสอดคล้องกับ Requirement และวิธีสอบเทียบค่ะ
เลือก Temperature Sensor อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

ก่อนเลือกควรถามอย่างน้อย
1. ช่วงอุณหภูมิเท่าไร?
2. ต้องการ Accuracy เท่าไร?
3. ต้องตอบสนองเร็วแค่ไหน?
4. Sensor ต้องสัมผัสวัตถุหรือไม่?
5. สภาพแวดล้อมรุนแรงหรือไม่?
6. ต้องการ Stability ระยะยาวแค่ไหน?
7. ใช้กับ Meter/Controller แบบใด?
8. ต้องสอบเทียบที่จุดใดบ้าง?
จึงไม่ควรเลือกเพียงเพราะ
“Thermocouple ทนอุณหภูมิสูงกว่า”
หรือ
“RTD แม่นกว่า”
เพราะ Sensor ที่ดีที่สุดคือ Sensor ที่ เหมาะกับ Requirement ของงานจริง ค่ะ
สรุป
Temperature Sensor แต่ละประเภทมีจุดเด่นต่างกัน
RTD / Pt100
เด่นด้าน Stability, Repeatability และเหมาะกับงาน Precision
Thermocouple
เด่นด้าน Range กว้าง ความทนทาน และตอบสนองเร็วได้
Thermistor
เด่นด้าน Sensitivity สูงในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม
Semiconductor Sensor
เหมาะกับระบบ Electronic และ Embedded System
Infrared Sensor
เหมาะกับการวัดพื้นผิวแบบ Non-contact
จึงไม่มี Sensor ประเภทใดดีที่สุดทุกด้าน
ควรเลือกจาก
Range + Accuracy + Stability + Response Time + Environment + Installation + Calibration Requirement
ร่วมกันค่ะ
หมายเหตุ: ช่วงอุณหภูมิ Accuracy Specification, Response Time และข้อจำกัดของ Temperature Sensor แตกต่างกันตามชนิด Sensor, Probe Construction, Class, รุ่น และผู้ผลิต ตัวเลขในบทความใช้เพื่ออธิบายหลักการ ควรตรวจสอบ Datasheet, คู่มือ และข้อกำหนดของ Sensor รุ่นจริงก่อนเลือกใช้งานหรือกำหนดเกณฑ์การยอมรับ
แหล่งอ้างอิง
- NIST — Mercury Thermometer Alternatives / Digital Thermometry ระบุ Thermistor, Platinum Resistance Thermometer และ Thermocouple เป็นเทคโนโลยี Sensor หลักของเครื่องวัดอุณหภูมิดิจิทัล และอธิบายว่าความถูกต้องของระบบขึ้นกับ Sensor, Calibration, Electronics และ Conversion Scheme ด้วย NIST
- NIST — Thermistor อธิบายหลักการ NTC/PTC, Sensitivity, Self-heating และข้อจำกัดด้าน Temperature Range ของ Thermistor NIST
- NIST — Thermocouple อธิบาย Thermoelectric Effect, Reference Junction และคุณลักษณะของ Thermocouple Types ต่าง ๆ NIST
- NIST — Selecting an Alternative Thermometer ระบุว่าการเลือก PRT, Thermistor หรือ Thermocouple ต้องพิจารณาตามลักษณะงาน เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีมี Performance แตกต่างกัน NIST
- Fluke — RTD vs Thermocouple ใช้ประกอบการเปรียบเทียบหลักการ Stability, Accuracy, Response และ Temperature Range ระหว่าง RTD กับ Thermocouple Fluke
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Temperature & Humidity คืออะไร?
- Accuracy, Precision และ Resolution ต่างกันอย่างไร?
- เลือกเครื่องมือวัดอย่างไรให้เหมาะกับงาน
- Measurement Uncertainty คืออะไร?
- Metrological Traceability คืออะไร?
- Intermediate Check คืออะไร?
- Calibration คืออะไร?
- ต้องสอบเทียบเครื่องมือวัดทุก 1 ปีจริงหรือ?


