เวลาเลือกใช้บริการสอบเทียบ เรามักได้ยินคำว่า “ผลการสอบเทียบสามารถสอบกลับได้” หรือ “Traceable to SI”
แต่คำว่า สอบกลับได้ หมายถึงอะไร?
หมายถึงเครื่องมือของเราต้องถูกส่งไปสอบเทียบกับสถาบันระดับประเทศโดยตรงหรือไม่? และถ้ามี Calibration Certificate แล้ว แปลว่าสอบกลับได้โดยอัตโนมัติหรือเปล่า?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นค่ะ
หัวใจของ Metrological Traceability ไม่ได้อยู่ที่ชื่อของห้องปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า ผลการวัดสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังค่าอ้างอิงที่กำหนด ผ่านสายโซ่การสอบเทียบที่ต่อเนื่องและมีเอกสารรองรับ โดยแต่ละขั้นมีค่าความไม่แน่นอนของการวัดประกอบอยู่ด้วย ซึ่งเป็นหลักเดียวกับนิยามใน International Vocabulary of Metrology (VIM) และนโยบายของ NIST
Metrological Traceability คืออะไร?
อธิบายแบบง่ายที่สุด:
ผลการวัดของเรา สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปยังมาตรฐานอ้างอิงที่ยอมรับได้ ผ่านลำดับการสอบเทียบที่ต่อเนื่องและมีหลักฐาน
ลองนึกภาพเป็นบันไดค่ะ :
เครื่องมือของลูกค้า
↓
มาตรฐานที่ห้องปฏิบัติการใช้สอบเทียบ
↓
มาตรฐานระดับสูงกว่า
↓
มาตรฐานแห่งชาติหรือมาตรฐานสากล
↓
หน่วย SI หรือค่าอ้างอิงที่กำหนด

สอบกลับได้ ไม่ได้หมายถึง “สอบกับ NIST โดยตรง”
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยค่ะ
เครื่องมือของลูกค้า ไม่จำเป็นต้องส่งไปสอบเทียบกับ NIST หรือสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติโดยตรง เพื่อให้มี Metrological Traceability
สิ่งสำคัญคือมาตรฐานที่ใช้ในการสอบเทียบของห้องปฏิบัติการต้องมีสายโซ่ที่เชื่อมโยงกลับไปยัง Reference ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
NIST เองก็ระบุว่า องค์กรอื่นมีหน้าที่สร้างและแสดงหลักฐาน Traceability ของผลการวัดของตนเอง ไม่ใช่ว่าการใช้คำว่า NIST หรือการมีเครื่องมือที่เคยได้รับการสอบเทียบจาก NIST จะทำให้ทุกผลการวัดหลังจากนั้น Traceable โดยอัตโนมัติ
แล้ว Calibration Certificate สำคัญอย่างไร?

Calibration Certificate เป็นหลักฐานสำคัญส่วนหนึ่งของระบบสอบกลับ เพราะช่วยแสดงข้อมูล เช่น
- เครื่องมือหรือมาตรฐานใดถูกสอบเทียบ
- ผลการสอบเทียบเป็นเท่าไร
- ใช้มาตรฐานอ้างอิงใด
- Measurement Uncertainty ที่เกี่ยวข้อง
- วันที่และเงื่อนไขของการสอบเทียบ
- ขอบข่ายและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
แต่มีข้อควรรู้ว่า การมีใบ Certificate เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผลการวัด Traceable โดยอัตโนมัติ
NIST เน้นว่า Traceability เป็น คุณสมบัติของ Measurement Result ไม่ใช่คุณสมบัติของเครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ หรือเอกสาร Certificate โดยตัวมันเอง NIST
ตรงนี้เหมาะมากสำหรับทำ Infographic ว่า:
“Traceability เป็นของผลการวัด ไม่ใช่แค่สติกเกอร์หรือใบ Certificate”
Measurement Uncertainty เกี่ยวข้องกับ Traceability อย่างไร?
เกี่ยวข้องโดยตรงค่ะ
จากนิยามของ Metrological Traceability แต่ละขั้นของ Calibration Chain จะต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Measurement Uncertainty
นั่นหมายความว่า Traceability ไม่ได้เป็นเพียงการเขียนว่า
เครื่อง A → เครื่อง B → มาตรฐานแห่งชาติ
เท่านั้น
แต่แต่ละลำดับต้องมีข้อมูลการวัดที่เหมาะสม พร้อมค่าความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องด้วย
จึงเชื่อมกับ บทความที่ 4 เรื่อง Measurement Uncertainty ของเราได้โดยตรง
พูดง่าย ๆ คือ:
Traceability บอกว่า “ผลการวัดเชื่อมโยงไปถึงไหน”
ส่วน
Measurement Uncertainty บอกว่า “ผลการวัดมีความไม่แน่นอนเกี่ยวข้องเท่าไร”
ทั้งสองเรื่องจึงต้องพิจารณาร่วมกันในระบบการวัดที่น่าเชื่อถือ
Traceable to SI คืออะไร?
SI หรือ International System of Units คือระบบหน่วยสากล เช่น
– metre (m) สำหรับความยาว
– kilogram (kg) สำหรับมวล
– second (s) สำหรับเวลา
– kelvin (K) สำหรับอุณหภูมิทางอุณหพลศาสตร์
– ampere (A) สำหรับกระแสไฟฟ้า
ถ้าผลการวัดมีสายโซ่ที่เหมาะสมเชื่อมโยงไปยังการทำให้หน่วย SI เป็นจริง หรือ Reference ที่กำหนดอย่างถูกต้อง เราจึงสามารถกล่าวถึง Metrological Traceability ไปยัง SI ได้ตามบริบทของการวัดนั้น ๆ
ISO/IEC 17025 เกี่ยวข้องอย่างไร?
ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ โดยครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับ ความสามารถ ความเป็นกลาง และการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอของห้องปฏิบัติการ
ISO ระบุว่า ISO/IEC 17025:2017 ยังคงเป็นฉบับปัจจุบัน และได้รับการทบทวนยืนยันอีกครั้งในปี 2023
สำหรับงานสอบเทียบ การจัดให้มี Metrological Traceability ที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบสำคัญของความน่าเชื่อถือของผลการวัด
เพราะห้องปฏิบัติการไม่ได้เพียงต้องมีเครื่องมือมาตรฐาน แต่ต้องสามารถแสดงได้ว่าผลการวัดของตนเชื่อมโยงไปยัง Reference ที่เหมาะสมอย่างไรด้วย
มี ISO/IEC 17025 แล้ว แปลว่าผลทุกอย่างสอบกลับได้หรือไม่?
ควรดู ขอบข่ายการรับรอง (Scope of Accreditation) ประกอบด้วยค่ะ
เพราะการรับรองห้องปฏิบัติการไม่ได้หมายความว่าทุกกิจกรรม ทุกชนิดเครื่องมือ และทุกช่วงการวัดขององค์กรจะอยู่ในขอบข่ายเดียวกันทั้งหมด
เวลาจะเลือกห้องปฏิบัติการสำหรับงานสำคัญ ควรตรวจสอบว่า
ชนิดเครื่องมือ + ปริมาณที่วัด + ช่วงการวัด + ความสามารถในการวัด
ตรงกับความต้องการของงานหรือไม่
การมี Traceability ก็ไม่ได้รับประกันว่าเครื่องมือหรือผลการวัดจะ เหมาะสมกับการใช้งานทุกประเภท โดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องพิจารณาค่าความไม่แน่นอนและความต้องการของกระบวนการด้วย NIST ระบุประเด็นนี้ไว้โดยตรงในนโยบาย Traceability
ตัวอย่าง Traceability แบบเข้าใจง่าย
สมมติว่าโรงงานมีเครื่องชั่งที่ใช้ตรวจน้ำหนักสินค้า
เครื่องชั่งของโรงงาน
↓ สอบเทียบโดย
มาตรฐานมวลของห้องปฏิบัติการ
↓ ซึ่งได้รับการสอบเทียบกับ
มาตรฐานมวลระดับสูงกว่า
↓ เชื่อมโยงไปยัง
มาตรฐานแห่งชาติ/สากล
↓
หน่วย SI
หากสายโซ่นี้มีเอกสารครบถ้วน มีผลการสอบเทียบ มี Measurement Uncertainty ที่เกี่ยวข้อง และไม่มีช่วงใดขาดหาย ก็เป็นองค์ประกอบของการสร้าง Metrological Traceability ของผลการวัดนั้นค่ะ
5 เรื่องที่ควรตรวจสอบเมื่อเลือกบริการสอบเทียบ
ไม่จำเป็นต้องดูเพียงว่า “มี Certificate หรือไม่” แต่ควรดูให้ครบว่า ขอบข่ายการสอบเทียบตรงกับเครื่องมือของเราหรือไม่, จุดสอบเทียบครอบคลุมช่วงใช้งานจริงหรือไม่, ผลการวัดมี Measurement Uncertainty ที่เหมาะสมหรือไม่, มีหลักฐาน Metrological Traceability ที่เหมาะสมหรือไม่ และผลที่ได้รับเหมาะกับวัตถุประสงค์การใช้งานของเราหรือไม่
เพราะท้ายที่สุด เป้าหมายของการสอบเทียบไม่ใช่เพียงการได้เอกสารหนึ่งใบ แต่คือการได้ ข้อมูลการวัดที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ
สรุป
จำง่าย ๆ ว่า
Calibration
→ เปรียบเทียบเครื่องมือกับมาตรฐานอ้างอิง
Measurement Uncertainty
→ บอกความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับผลการวัด
Metrological Traceability
→ บอกว่าผลการวัดสามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปยัง Reference ที่กำหนดผ่าน Calibration Chain ได้อย่างไร
ดังนั้นคำว่า “สอบกลับได้” ไม่ได้หมายถึงแค่มีสติกเกอร์สอบเทียบ หรือมี Calibration Certificate เท่านั้น
แต่หมายถึงการมี สายโซ่การวัดที่ต่อเนื่อง มีหลักฐาน และมี Measurement Uncertainty ประกอบในแต่ละขั้น
นั่นคือสิ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า ข้อมูลจากการสอบเทียบสามารถนำไปใช้ประกอบการควบคุมคุณภาพและการตัดสินใจด้านการวัดได้อย่างเหมาะสมค่ะ
เอกสารอ้างอิง
- BIPM / JCGM — International Vocabulary of Metrology (VIM), Metrological Traceability
- NIST — Policy on Metrological Traceability
- ILAC — ILAC P10: Policy on Metrological Traceability of Measurement Results
- ISO — ISO/IEC 17025:2017


