เวลาจะเลือกเครื่องมือวัด เรามักพบคำว่า Range, Span และ Accuracy Class อยู่ใน Datasheet หรือ Specification ของเครื่องมือ
คำเหล่านี้ดูคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วหมายถึงคนละเรื่อง และมีผลโดยตรงต่อการเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับค่าที่ต้องการวัด
ตัวอย่างเช่น เครื่องมือ 2 เครื่องอาจวัดค่าเดียวกันได้ แต่หากมี Range ต่างกัน ผลกระทบจาก Accuracy Specification ก็อาจต่างกันมากค่ะ
สารบัญบทความ
-
-
Range คืออะไร?
-
Span คืออะไร?
-
Range กับ Span ต่างกันอย่างไร?
-
Accuracy Class คืออะไร?
-
Accuracy Class คำนวณจากอะไร?
-
ถ้าเปลี่ยน Range จะเกิดอะไรขึ้น?
-
Accuracy Class กับ Resolution ต่างกันอย่างไร?
-
Range มีผลต่อความคลาดเคลื่อนอย่างไร?
-
เครื่องมือ Range กว้างกว่า ดีกว่าเสมอหรือไม่?
-
ตัวอย่าง 0–10 bar กับ 0–100 bar วัด 5 bar ต่างกันอย่างไร?
-
Accuracy Class ตัวเลขน้อยกว่า ดีกว่าเสมอหรือไม่?
-
Accuracy Specification อาจไม่ได้เป็น % Full Scale เสมอไป
-
ควรเลือก Range ให้เหมาะกับงานอย่างไร?
-
Calibration ช่วยตรวจสอบ Accuracy ได้อย่างไร?
-
Range, Span, Resolution และ Accuracy ควรดูร่วมกัน
-
สรุป
-
Range คืออะไร?
Range คือช่วงค่าที่เครื่องมือถูกออกแบบให้สามารถวัดหรือแสดงผลได้ตาม Specification ที่กำหนด
เช่น
-
- Pressure Gauge: 0–10 bar
- Thermometer: −50 ถึง 150 °C
- Digital Multimeter: 0–600 V
- Weighing Scale: 0–30 kg
- Micrometer: 0–25 mm
ดังนั้นหาก Pressure Gauge ระบุ Range เป็น
0–10 bar
หมายความว่าเครื่องมือถูกออกแบบมาให้ใช้งานภายในช่วงตั้งแต่ 0 ถึง 10 bar ตามข้อกำหนดของผู้ผลิตค่ะ
Range ไม่ได้บอกว่าเครื่องมือ “แม่น” แค่ไหน แต่บอกว่า วัดได้ในช่วงไหน
Span คืออะไร?
Span คือความกว้างของช่วงการวัด
คำนวณจาก
Span = Upper Range Value − Lower Range Value
ตัวอย่าง:
Pressure Gauge
Range = 0–10 bar
ดังนั้น
Span = 10 − 0 = 10 bar
อีกตัวอย่างหนึ่ง:
Temperature Transmitter
Range = −50 ถึง 150 °C
ดังนั้น
Span = 150 − (−50) = 200 °C
สิ่งสำคัญคือ Range และ Span ไม่ใช่คำเดียวกันค่ะ
Range กับ Span ต่างกันอย่างไร?

ดูตัวอย่างนี้จะเห็นชัดที่สุด
- เครื่องมือ A
Range = 0–100 °C
Span = 100 °C
- เครื่องมือ B
Range = −50 ถึง 50 °C
Span = 100 °C
ทั้งสองเครื่องมี Span เท่ากันคือ 100 °C
แต่มี Range ต่างกัน
ดังนั้น
Range = จุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุดของช่วงวัด
Span = ความกว้างของช่วงนั้น
Accuracy Class คืออะไร?
Accuracy Class เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ระบุขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ โดยเฉพาะในเครื่องมือบางประเภท เช่น Analog Pressure Gauge
ตัวอย่างที่อาจพบ เช่น
-
- Class 0.6
- Class 1.0
- Class 1.6
- Class 2.5
โดยสำหรับเครื่องมือที่มาตรฐานกำหนด Accuracy Class เป็น เปอร์เซ็นต์ของ Span หรือ Full Scale ค่า Class ที่ตัวเลขน้อยกว่าจะหมายถึงขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนที่แคบกว่า
แต่ควรระวังว่า
Accuracy Class ไม่ได้มีนิยามและวิธีคำนวณเหมือนกันสำหรับเครื่องมือทุกประเภท
จึงต้องตรวจ Datasheet หรือมาตรฐานที่ใช้กับเครื่องมือนั้นเสมอค่ะ
หมายเหตุ: วิธีระบุ Accuracy หรือ Accuracy Class อาจแตกต่างกันตามประเภทเครื่องมือและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบ Datasheet, Specification หรือมาตรฐานของผู้ผลิตก่อนนำไปคำนวณหรือกำหนดเกณฑ์การยอมรับ
Accuracy Class คำนวณจากอะไร?

ยกตัวอย่าง Pressure Gauge ที่กำหนด
Range = 0–10 bar
Accuracy Class = 1.0
ถ้าข้อกำหนดของเครื่องมือนั้นระบุว่า Class 1.0 หมายถึง ±1% ของ Span
Span = 10 bar
ดังนั้นขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนโดยประมาณคือ
±1% × 10 bar = ±0.10 bar
หมายความว่าในเงื่อนไขที่ Specification กำหนด ขีดจำกัดที่อนุญาตอาจอยู่ประมาณ ±0.10 bar
ถ้าเปลี่ยน Range จะเกิดอะไรขึ้น?
สมมติมี Pressure Gauge Class 1.0 สองตัว
Gauge A
Range = 0–10 bar
Span = 10 bar
Accuracy limit:
±1% × 10 = ±0.10 bar
Gauge B
Range = 0–100 bar
Span = 100 bar
Accuracy limit:
±1% × 100 = ±1.00 bar
แม้ทั้งสองตัวจะมี
Accuracy Class = 1.0 เหมือนกัน
แต่ค่าความคลาดเคลื่อนในหน่วย bar ต่างกันถึง 10 เท่า
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเลือก Range จึงสำคัญมากค่ะ
Accuracy Class กับ Resolution ต่างกันอย่างไร?
สองคำนี้ไม่ควรใช้แทนกัน
- Resolution
คือการเปลี่ยนแปลงค่าที่เล็กที่สุดที่เครื่องมือสามารถแสดงหรือแยกได้
เช่น
Digital Pressure Gauge แสดง
5.00 bar
อาจมี Resolution = 0.01 bar
- Accuracy / Accuracy Class
เกี่ยวข้องกับความใกล้เคียงระหว่างผลการวัดกับค่าที่ใช้อ้างอิง ภายใต้ Specification ที่กำหนด
ดังนั้น
เครื่องมือแสดงทศนิยมเยอะ ไม่ได้หมายความว่า Accuracy ดีกว่าเสมอไป
ตัวอย่าง:
เครื่องมืออาจแสดง
5.000 bar
แต่ค่าจริงอาจเป็น
5.080 bar
การแสดงผลละเอียดไม่ได้รับประกันว่าค่าจะถูกต้องค่ะ
Range มีผลต่อความคลาดเคลื่อนอย่างไร?
หาก Accuracy Specification ถูกกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ Full Scale หรือ Span การเลือก Range กว้างเกินความจำเป็นจะทำให้ Absolute Error ที่ยอมรับได้กว้างขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างต้องการวัดประมาณ
5 bar
เปรียบเทียบ:
Gauge 0–10 bar
Class 1.0
Error limit ≈ ±0.10 bar
Gauge 0–100 bar
Class 1.0
Error limit ≈ ±1.00 bar
ดังนั้นแม้ทั้งสองเครื่องจะอ่าน 5 bar ได้ แต่ความสามารถตาม Specification อาจแตกต่างกันมาก
เครื่องมือ Range กว้างกว่า ดีกว่าเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไปค่ะ
การเลือก Range กว้างมากอาจทำให้
-
- Resolution ไม่เหมาะกับค่าที่ต้องการวัด
- Error limit ในหน่วยจริงสูงขึ้น
- อ่านค่าบริเวณช่วงต่ำได้ยาก
- ความสามารถในการแยกความแตกต่างของค่าลดลง
- ไม่เหมาะกับ Tolerance ของกระบวนการ
ในทางกลับกัน ถ้าเลือก Range แคบเกินไปก็อาจทำให้
-
- เครื่องมือ Overrange
- เครื่องมือเสียหาย
- ไม่ครอบคลุมค่าที่เกิดขึ้นจริง
- ไม่มี Safety Margin เพียงพอ
ดังนั้นจึงต้องเลือกให้สมดุลค่ะ
ตัวอย่าง 0–10 bar กับ 0–100 bar วัด 5 bar ต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดมาก
ทั้งสอง Gauge สามารถวัด 5 bar
แต่ตำแหน่งของ 5 bar ในช่วงการวัดต่างกัน
- Gauge 0–10 bar
5 bar = 50% ของ Full Scale
เข็มอยู่กลางหน้าปัด ทำให้อ่านค่าได้ค่อนข้างสะดวก
- Gauge 0–100 bar
5 bar = เพียง 5% ของ Full Scale
เข็มอยู่ใกล้ช่วงต้นของหน้าปัดมาก
หาก Accuracy ถูกกำหนดเป็น % Full Scale ผลของความคลาดเคลื่อนเมื่อเทียบกับค่าที่กำลังวัดจะยิ่งเห็นชัด
ตัวอย่าง Gauge 0–100 bar Class 1.0:
Maximum Error ≈ ±1 bar
เมื่อวัด 5 bar ค่า ±1 bar เทียบเท่ากับประมาณ 20% ของค่าที่กำลังวัด
ดังนั้นการเลือก Gauge เพียงเพราะ
“Range ครอบคลุมก็ใช้ได้”
อาจยังไม่เพียงพอค่ะ
Accuracy Class ตัวเลขน้อยกว่า ดีกว่าเสมอหรือไม่?
ในแง่ Specification ถ้ามาตรฐานเดียวกันและวิธีนิยาม Class เหมือนกัน ตัวเลข Class ที่ต่ำกว่ามักหมายถึงขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนที่แคบกว่า
เช่น
Class 0.6 มีขีดจำกัดแคบกว่า Class 1.6
แต่ในการเลือกเครื่องมือจริง ยังต้องพิจารณา
-
- Range
- Resolution
- Stability
- Repeatability
- Environmental Conditions
- Measurement Uncertainty
- Tolerance ของงาน
- วิธีใช้งานจริง
ดังนั้นไม่ควรดู Accuracy Class เพียงตัวเดียวค่ะ
Accuracy Specification อาจไม่ได้เป็น % Full Scale เสมอไป
นี่เป็นข้อที่สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อนำบทความไปใช้กับเครื่องมือหลายประเภท
Specification อาจระบุในรูปแบบ เช่น
±% Full Scale
หรือ
±% Reading
หรือ
±(% Reading + digits)
หรือเป็นค่าคงที่ เช่น
±0.05 °C
ตัวอย่าง Multimeter อาจระบุ
±(0.5% of reading + 2 digits)
ซึ่งต่างจาก Pressure Gauge ที่ระบุ Accuracy Class เป็น % Span
ดังนั้นก่อนคำนวณความคลาดเคลื่อน ต้องอ่าน Specification ให้ถูกก่อนเสมอค่ะ
ควรเลือก Range ให้เหมาะกับงานอย่างไร?
ก่อนเลือกเครื่องมือ ให้ตอบคำถามเหล่านี้ก่อน
1. ค่าปกติที่ต้องการวัดเท่าไร?
เช่น กระบวนการทำงานอยู่ประมาณ
4–6 bar
จึงไม่ควรเลือก Gauge 0–100 bar เพียงเพราะสามารถวัด 6 bar ได้
2. ค่าสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นเท่าไร?
ต้องเผื่อ Pressure Surge หรือ Overrange ตามลักษณะกระบวนการและข้อกำหนดของเครื่องมือ
3. ต้องการ Resolution เท่าไร?
ถ้ากระบวนการต้องควบคุมความแตกต่างเล็กมาก เครื่องมือที่ Resolution หยาบเกินไปอาจไม่เหมาะ
4. Tolerance ของงานเท่าไร?
สมมติ Process Requirement =
5.00 ±0.10 bar
หากเครื่องมือมี Error limit ±1 bar ย่อมไม่เหมาะกับงานนี้ แม้ Range จะครอบคลุมก็ตาม
5. Accuracy Specification ของเครื่องมือคืออะไร?
ต้องดูว่าเป็น
-
- % Full Scale
- % Span
- % Reading
- Fixed Value
- หรือสูตรผสม
จึงจะประเมินความเหมาะสมได้ถูกต้อง
Calibration ช่วยตรวจสอบ Accuracy ได้อย่างไร?
Specification บอกเราว่า ผู้ผลิตกำหนดสมรรถนะของเครื่องมือไว้อย่างไร
แต่ Calibration ช่วยให้ทราบว่า
ณ วันที่สอบเทียบ เครื่องมือนั้นแสดงค่าแตกต่างจากค่ามาตรฐานอ้างอิงเท่าไร
ตัวอย่าง
Reference = 5.000 bar
Instrument = 5.080 bar
ดังนั้น
Error = +0.080 bar
จากนั้นจึงสามารถนำผลไปเปรียบเทียบกับ Acceptance Criteria ที่กำหนดได้
อย่างไรก็ตาม การสอบเทียบไม่ได้หมายความว่าเครื่องมือ “ผ่าน” โดยอัตโนมัติ เพราะการตัดสินผลต้องพิจารณา Acceptance Criteria และในกรณีที่มี Statement of Conformity อาจต้องพิจารณา Decision Rule ร่วมด้วยค่ะ
Range, Span, Resolution และ Accuracy ควรดูร่วมกัน
ก่อนเลือกเครื่องมือ ไม่ควรดูเพียงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง
ควรพิจารณาพร้อมกันว่า
- Range
→ เครื่องมือครอบคลุมค่าที่ต้องการวัดหรือไม่ - Span
→ ช่วงการวัดกว้างเท่าไร - Resolution
→ เครื่องมือแสดงการเปลี่ยนแปลงเล็กสุดเท่าไร - Accuracy / Accuracy Class
→ Specification ยอมให้คลาดเคลื่อนได้เท่าไร - Tolerance
→ กระบวนการยอมรับความคลาดเคลื่อนได้เท่าไร - Measurement Uncertainty
→ ความไม่แน่นอนของผลการวัดอยู่ในระดับใด
การดูข้อมูลทั้งหมดร่วมกันจะช่วยเลือกเครื่องมือได้เหมาะสมกว่าการดูเพียงว่า “วัดถึงหรือไม่” ค่ะ
สรุป
จำง่าย ๆ ได้ดังนี้
- Range
= เครื่องมือวัดตั้งแต่ค่าไหนถึงค่าไหน - Span
= ความกว้างของช่วงการวัด - Accuracy Class
= วิธีระบุขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนตาม Specification ของเครื่องมือหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง
Range 0–10 bar
→ Span = 10 bar
ถ้า Accuracy Class = 1.0 และนิยามเป็น ±1% Span
→ Error limit ≈ ±0.10 bar
ดังนั้นเครื่องมือที่มี Accuracy Class เหมือนกัน แต่มี Range ต่างกัน อาจมีขีดจำกัดความคลาดเคลื่อนในหน่วยจริงแตกต่างกันอย่างมาก
ก่อนเลือกเครื่องมือจึงควรพิจารณา
Range + Span + Resolution + Accuracy Specification + Tolerance + ลักษณะการใช้งาน
ร่วมกันเสมอค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- ISO 80000-1:2022 — Quantities and units — Part 1: General
- NIST Technical Note 1297 — Terminology
- NIST — Guidelines for Specification and Procurement of Measurement Instrumentation
บทความแนะนำ
- Pressure Gauge คืออะไร?
- Accuracy, Precision และ Resolution ต่างกันอย่างไร?
- Acceptance Criteria คืออะไร?
- Measurement Uncertainty คืออะไร?
- วิธีทวนสอบเครื่องมือวัดด้วยตนเอง
- Calibration คืออะไร?


